เมื่อสองสามวันที่ผ่านมาท่องเว็บบล็อกเกี่ยวกับเบเกอรี่มากจัด เกิดอยากกินขึ้นมา แต่ไอ้ที่อยากกินมันไม่มีขายแถวบ้าน เลยลุกมาปัดฝุ่นเตาอบเก่าที่แทบจะไม่ได้ใช้เลย (เพราะไม่มีใครทำเป็น) ทำขนมที่ชื่อว่า Apple crumble หรือที่คนอังกฤษเรียกว่า Apple crisp ล่ะ ใครไม่รู้จักก็ไม่เป็นไร เพราะเราก็เพิ่งรู้จักเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมานี่แหละคะ 55 ที่เลือกทำเจ้าแอปเปิ้ลครัมเบิ้ลนี่ก็เพราะว่ามันง่ายและอร่อยมาก!(ประเด็นมันอยู่ตรงที่มันอร่อยมาก) ซึ่งเหมาะกับเราที่เพิ่งเริ่มทำเบเกอรี่ และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้วที่เราทำเจ้าแอปเปิ้ลครัมเบิ้ล
 
อย่ากระนั้นเลย เรามาเริ่มทำกันเลยดีกว่า
note : เราลืมถ่ายรูปตอนทำมาด้วย ต้องขอโทษด้วยนะคะ แต่วิธีทำมันไม่ยากหรอกคะ ลองดูคะ
------------------------------------------ 
 
ส่วนผสม :
 
  • ส่วนที่เป็นแป้ง
  1. แป้งอเนกประสงค์ 1/2 ถ้วย
  2. เนยจืด 20 กรัม (เราใช้เนยของอราวีแบบที่เขาแบ่งเป็นก้อนเล็กๆก้อนละ 10 กรัม 2 ก้อนคะ)
  3. น้ำตาลมะพร้าว 3/4 ถ้วย
  4. ข้าวโอ๊ต 3/4 ถ้วย
  5. ผงฟู 3/4 ช้อนชา
  6. เกลือ 1/4 ช้อนชา

note : ส่วนผสมนี้สำหรับ 1 ชามตามรูปข้างบนคะ สามารถปรับตามความชอบส่วนตัวและกำลังทรัพย์ได้เลย ตอนเราทำเราอาศัยดูส่วนผสมว่าเขาใส่อะไรบ้าง แต่เรื่องปริมาณวัดตวงอะไรพวกนี้เราไม่ได้ยึดสูตรใดไปเลย อาศัยกะเอาบ้าง ชอบอะไรก็ใส่อะคะ

  • ไส้ขนม
  1. แอปเปิ้ลเขียว (ปอกหรือไม่ปอกเปลือกก็ได้) 3 ลูกเล็ก
  2. น้ำตาล(แบบไม่ขัดสีจะหอมอร่อยกว่าน้ำตาลทรายขาว) 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  3. เกลือ 1/2 ช้อนชา
  4. ผงอบเชย (ไม่ใส่ก็ได้) 1/2 ช้อนโต๊ะ

note : ไส้สามารถเปลี่ยนได้นะ แต่แนะนำว่าควรจะเป็นผลไม้ที่ออกเปรี้ยวจะได้ไม่เลี่ยน

------------------------------------------

วิธีทำ :

  1. อุ่นเตาอบไว้ที่ประมาณ 190 องศาเซลเซียส
  2. หั่นแอปเปิ้ลให้เป็นชิ้นๆวางลงในชามที่จะใช้อบ โรยด้วยน้ำตาล เกลือ อบเชยให้ทั่ว วางพักไว้
  3. ผสมแป้ง เกลือ ผงฟู ลงในชามผสม คลุกเคล้าให้เข้ากัน
  4. จากนั้นนำน้ำตาลมะพร้าวมาทุบให้เป็นก้อนเล็กๆ แล้วขยำรวมกับส่วนผสมที่คลุกไว้แล้วให้เข้ากันดี
  5. หั่นเนยที่แช่แข็งไว้(จะได้หั่นง่ายๆไม่เลอะ) แล้วขยำรวมกับส่วนผสมที่เป็นแป้งที่ผสมไว้ให้ทั่ว ไม่ต้องให้เข้ากับส่วนผสมจนเนียนนะคะ เราอยากได้แบบเป็นก้อนๆเล็กๆหยาบๆ ใช้มือขยำเอา 
  6. ใส่ข้าวโอ๊ตหรือจะเป็นพวกซีเรียล มูสรี่ อัลมอน อะไรก็ว่าไป ตามแต่กำลังทรัพย์ ลงไป คลุกให้ทั่ว
  7. โปะส่วนผสมที่เป็นแป้งลงบนส่วนผสมที่เป็นไส้ของเราในชามที่พักไว้ให้มิดเลยคะ เอาช้อนตบๆให้แน่นหน่อย ยัดเข้าเตาอบ รอประมาณ 20-25 นาที หรือจนมันออกสีเหลืองทองน่ากิน ก็เป็นอันเรียบร้อย หม่ำได้จร้า!
note :
  • เนยเป็นคีย์สำหรับเราเลย ถ้าเนยน้อย ตรงแป้งจะร่วนไปไม่อร่อยอย่างแรง ใส่เนยเยอะๆหน่อย เอาแบบขยำกับแป้งให้มันจับเป็นก้อนหยาบๆ แหล่มเลยยย!
  • พออบเสร็จแล้ว อาจจะราดน้ำผึ้งลงบนหน้าขนมสักหน่อย เอาพอเป็นพิธี อบต่ออีก 1-2 นาที หน้าขนมมันจะวาวๆ น่ากิ๊นน่ากิน

จะหมดแล้วอ่า ไม่อยากให้หมดเลย แต่ห้ามใจไม่ไหว TT

------------------------------------------

หากอะไรๆดูจะไม่ได้เป็นไปตามที่คาดไว้ก็ใจเย็นๆอย่าเพิ่งตกใจนะคะ ทุกอย่างมีครั้งแรกเสมอ อย่างครั้งแรกครัมเบิ้ลของเราแฉะมากกก น้ำนองเลย เพราะใส่น้ำตาลที่ไส้ในมากไป ฮ่าๆ พอครั้งที่สองก็พบว่าโรยๆเอาก็พอ เพราะส่วนที่เป็นแป้งก็หวานแล้ว

ปกติบ้านเราก็ไม่เคยทำอะไรพวกนี้อยู่แล้ว อุปกรณ์อะไรก็ไม่พร้อม ส่วนผสมขนมฝรั่งมันก็ออกจะมีราคา กินมากก็ไม่ได้ น้ำหนักมากมายก็จะถามหาเอาอีก แต่ด้วยความที่อยากลอง อยากกิน อยากหาความสามารถเพิ่มเติมให้กับชีวิต เลยลองทำดู สนุกและภูมิใจมากคะ ยิ่งถ้าคนอื่นกินแล้วชอบยิ่งมีความสุข

ใครที่รู้สึกช่วงนี้เซ็งๆ หาข้อดีในตัวเองไม่ค่อยจะเจอ ก็ลองหาอะไรแปลกใหม่ทำ ทำให้สำเร็จ แล้วก็ดื่มด่ำกับความภูมิใจนั้นซะ !! รับรองว่าเราจะรู้สึกเห็นคุณค่าในตัวเองขึ้นเยอะเลยคะ >,^

ปล.เราไม่ได้เก่งอะไรเลยเพิ่งทำไม่กี่ครั้งเอง ที่เอามาโพสเพราะอยากแบ่งปันความสุขที่ทำอะไรสักอย่างสำเร็จแล้วมันอยากระบาย ใครว่าง ใครพร้อม อยากลองทำ ทำเลย 

ปล..พล่ามน้ำลายเต็มจอเลย เหอๆ

 

ใครยังจำเทคนิคเป่าสีที่คุณครูสอนตอนเรียนศิลปะสมัยประถมมั่งคะ วันนี้เรามีไอเดียการวาดรูปปีศาจแบบง่ายๆกับตาสเตฟานคนนี้กัน เทคนิคแสนง่ายแต่ภาพที่ออกมาดูเท่เชียวคะ
 
 
 
 
 
สตีเฟ่นคนนี้เป็นนักออกแบบกราฟฟิกและนักวาดการ์ตูนคะ เขาจะวาดปีศาจเป็นไดอารี่เลยทีเดียว วาดเร็ว มือนิ่งมากเลย ใครอยากรู้จักกับสตีเฟ่นหรือติดตามผลงานของเขามากขึ้น ก็ติดตามได้จากเว็บไซต์ของเขาข้างล่างนี่เลยจร้า

เก็บไอเดียนี้ไปเป็นแรงบันดาลใจในการเริ่มตั้นวาดรูปก็ได้นะคะ ^^

 

 

DIY [fringe t-shirt]

posted on 11 Feb 2012 14:06 by pinion in LifeStyle, MyWork
 
เอาเสื้อยืดสีดำเรียบๆตัวเก่ามาย่ำยีเล่นคะ
ลายตรงกลางนั่น ตอนแรกมันเละไปแล้ว ป้ายสีแล้วสีไม่ค่อยติด ป้ายมั่วๆเลยทีนี้
ตบท้ายด้วยขั้นตอนสำคัญ ที่ตอนแรกก็ไม่ได้ตั้งใจ นั่นคือชายเสื้อที่รุ่งริ่ง
(เขาเรียกกันว่าอะไรไม่รู้ แนวโบฮีเมี่ยนป่าวหว่า?)
ซึ่งมันค่อนข้างเสี่ยง เพราะมันอาจจะดูอาร์ตหรือไม่ก็สถุนไปเลยก็ได้อะเหนาะ
 

bentie~ View my profile